ข้ามไปยังเนื้อหา

ภาคผนวก ค: แนวทางการจัดทำข้อมูลสำหรับการ mapping substance เข้าสู่รหัสมาตรฐาน Substance Management System Identifier (SMSID)

การจัดทำข้อมูลเพื่อ mapping เข้าสู่รหัสมาตรฐาน Substance Management Services Identifier (SMSID) อ้างอิงกรอบมาตรฐาน ISO 11238 ว่าด้วยการระบุเอกลักษณ์ของสาร (Substance Identification) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กำหนดโครงสร้างข้อมูลสารในระบบ IDMP และเป็นพื้นฐานของระบบ Substance Management Services (SMS) ของ European Medicines Agency (EMA) การดำเนินการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสารจากฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถเชื่อมโยงและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลได้อย่างเป็นระบบ

การพิจารณาว่าข้อมูลใดนับเป็นสาร (substance) ที่ใช้ระบุลงใน data element นี้จะอ้างอิงตามกรอบการจำแนกของ ISO 11238 โดยใช้ Base Substance เป็นหลัก และในกรณีที่จำเป็นอาจใช้ Specified Substance Group 1 (SSG1) ซึ่งเป็นชั้นข้อมูลที่กำหนดเพิ่มเติมจากสารพื้นฐาน เช่น แหล่งที่มา หรือคุณลักษณะเฉพาะที่มีผลต่อเอกลักษณ์ของสาร ทั้งนี้ การจัดทำข้อมูลในภาคผนวกนี้ไม่ครอบคลุม Specified Substance Group 2–4 ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ เกรดมาตรฐาน หรือผู้ผลิต และไม่อยู่ในขอบเขตของการจัดทำรหัสผลิตภัณฑ์

สารที่สามารถนำมาจัดทำและ mapping เข้าสู่ SMSID ภายใต้กรอบ ISO 11238 จำแนกได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

1. Chemical substance

สารที่มีโครงสร้างทางเคมีแน่นอน สามารถกำหนดสูตรโมเลกุลและโครงสร้างได้อย่างชัดเจน เช่น amoxicillin, ceftriaxone, valsartan โดยทั่วไปเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่สามารถนิยามได้ด้วยข้อมูลโครงสร้างเคมี

2. Protein

สารที่เป็นโปรตีนหรือโพลีเปปไทด์ ซึ่งระบุเอกลักษณ์จากลำดับกรดอะมิโน เช่น insulin, monoclonal antibody หรือ recombinant protein

3. Nucleic acid

สารที่เป็นกรดนิวคลีอิก เช่น DNA, RNA, antisense oligonucleotide หรือสารที่เกี่ยวข้องกับ gene therapy ซึ่งระบุจากลำดับเบส (nucleotide sequence)

4. Polymer

สารที่ประกอบด้วยหน่วยซ้ำ (repeating unit) เช่น polyethylene glycol หรือ povidone ซึ่งเอกลักษณ์ของสารขึ้นอยู่กับโครงสร้างหน่วยซ้ำและลักษณะพอลิเมอร์

5. Structurally diverse substance

สารที่ไม่สามารถกำหนดโครงสร้างเคมีแน่นอนได้อย่างเฉพาะเจาะจง เช่น สารสกัดจากธรรมชาติ สารจากแหล่งชีวภาพ หรือวัคซีนบางประเภท ซึ่งการระบุเอกลักษณ์จะพิจารณาจากแหล่งที่มา วิธีการผลิต หรือคุณลักษณะทางชีวภาพ

6. Specified Substance Group 1 (SSG1)

เป็นสารที่มีการกำหนดคุณลักษณะเพิ่มเติมจาก base substance ตามมาตรฐาน ISO 11238 ซึ่งมีผลต่อเอกลักษณ์ของสารในระดับ regulatory เช่น

แหล่งที่มา (source) เช่น human, animal

การดัดแปลงที่มีผลต่อคุณสมบัติ เช่น Interferon beta-1a, Interferon beta-1b

ความแตกต่างที่มีผลต่อความปลอดภัยหรือประสิทธิผล เช่น การเปลี่ยนแปลงลำดับกรดอะมิโนของ insulin เป็น insulin human, insulin glargine, insulin lispro

สำหรับข้อมูลชื่อสารจากฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ อย. มักปรากฏในรูปแบบที่มีองค์ประกอบหลากหลาย ทั้งส่วนที่เป็นชื่อสารตามโครงสร้าง และส่วนที่เป็นข้อมูลระดับผลิตภัณฑ์ เช่น ความแรง รูปแบบยา คุณสมบัติทางกายภาพ เกรดมาตรฐาน หรือรายละเอียดเชิงกระบวนการผลิต องค์ประกอบเหล่านี้ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของชื่อสารในระดับ substance ตามกรอบมาตรฐาน ISO 11238 ดังนั้น ก่อนการ mapping เข้าสู่ SMSID จึงต้องดำเนินการทำความสะอาดข้อมูล (data cleansing) เพื่อคงไว้เฉพาะชื่อสารที่สะท้อนเอกลักษณ์ของสารตามมาตรฐาน

องค์ประกอบที่ต้องตัดออกจากชื่อสาร เช่น

  • การระบุคุณสมบัติทางกายภาพ เช่น dry, micronized
  • การระบุความแรงหรือความเข้มข้น เช่น 1%, 20% w/v, concentrate, strong
  • การระบุรูปแบบยา เช่น oil, emulsion, tablet, capsule
  • การระบุขั้นตอนการผลิต เช่น trituration, precipitated
  • การระบุเกรดมาตรฐาน เช่น BP, USP, PH EUR
  • การระบุสารช่วย non-active substance หรือ excipient อื่น ๆ

ภายหลังการทำความสะอาด จะเหลือเฉพาะชื่อสารที่สะท้อนเอกลักษณ์เชิงโครงสร้างหรือสารออกฤทธิ์หลัก พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการ mapping

เมื่อได้ทำความสะอาดข้อมูลชื่อสารให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลแล้วให้ทำการ mapping ข้อมูลส่วนดังกล่าวเข้าสู่ SMSID (Substance Management Services Identifier) ขององค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (European Medicines Agency; EMA) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในระบบการขึ้นทะเบียนยาของสหภาพยุโรปโดยได้สร้างเงื่อนไขในการจับคู่สารดังกล่าวกับรายชื่อข้อมูลสารของ SMSID เพื่อทำให้ชุดข้อมูลที่มีอยู่สามารถเชื่อมโยงไปยังมาตรฐานได้

ในการจับคู่สารให้เข้าสู่มาตรฐาน SMSID นั้น คณะทำงานแบ่งสารออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ สารที่มีลักษณะเชิง Chemical substance, 2. Biological product (Biologic), วัคซีน (Vaccine) และสมุนไพร (Herbal substance)

ขั้นตอนในการจัดทำข้อมูลของสารทั้ง 4 กลุ่ม ให้ยึดตาม SMSID ที่เหมือนกับชนิดของสารหลังการ cleaning มากที่สุด (match) หากไม่มีข้อมูลรหัสใดที่เหมือนกัน ให้พิจารณาเลือก SMSID ที่มีความใกล้เคียงแบบครอบคลุมชนิดของสารหลังการ cleaning (subset) เช่น สารจาก อย. ระบุเป็น ‘น้ำยาสกัดจาก DERMATOPHAGOIDES PTERONYSSINUS (STANDARDIZED)’ แต่ในระบบ SMSID มีเพียง ‘DERMATOPHAGOIDES PTERONYSSINUS’ ซึ่งเป็น term ที่กว้างกว่า แต่ยังครอบคลุมความหมายของสารเดิม

โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละกลุ่มดังนี้

สารในกลุ่มนี้จะมีลักษณะเป็นสารที่มีโครงสร้างทางเคมีที่แน่นอน เช่น amoxicillin, ceftriaxone, และ valsartan

การจัดทำชื่อสารต้องใช้ชื่อที่สะท้อนโครงสร้างเคมีหรือ active moiety โดยไม่รวมองค์ประกอบระดับผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ การระบุ salt form หรือ hydrate form สามารถทำได้ หากสอดคล้องกับ substance concept ที่กำหนดในระบบ SMS และต้องมีข้อมูล equivalence รองรับเพื่อให้สามารถแปลงค่าระหว่าง salt form และ active moiety ได้อย่างถูกต้อง การเลือกชื่อมาตรฐานให้ใช้ WHO International Nonproprietary Name (WHO INN) เป็นลำดับแรก หากไม่พบจึงพิจารณามาตรฐานอื่นตามความเหมาะสม และต้องเลือกใช้ชื่อมาตรฐานเพียงชื่อเดียวในระบบ

ข้อกำหนดหลักในการจัดทำชื่อสาร

  1. ชื่อสารจะต้องมีการเขียนเฉพาะชื่อสารที่กำหนดเป็นโครงสร้างทางเคมีเท่านั้น โดยไม่รวมการเขียน คุณสมบัติอื่น ๆ ของสารตามที่ระบุไว้ข้างต้นเข้าไปในยังชื่อสารด้วย เช่น ความแรง (strength) รูปแบบยา (dose form) หรือสารช่วย (excipients) ในกรณีของสารเคมี (chemical substances)

  2. การระบุ salt form หรือ hydrate form ของสาร จะต้องเขียนระบุ salt form หรือ hydrate form ให้สัมพันธ์กับความเข้มข้นที่กำหนด เช่น amoxicillin trihydrate 575 mg สามารถเทียบเท่าการเขียน active moiety ได้เป็น amoxicillin 500 mg ซึ่งการกำหนดการเขียนอยู่ในรูปเกลือ หรือไม่เขียนเกลือนั้น สามารถทำได้ทั้งคู่ แต่จะต้องมีการจัดทำข้อมูลเทียบเท่า (equivalence) เพื่อสามารถคำนวณแปลงกลับระหว่างสารที่เป็น active moiety หรือ salt form ตามลักษณะของยานั้น ทั้งนี้ ตามมาตรฐานสากลของ SMSID จะพบว่าชื่อสารสามารถมีได้ทั้งแบบ เกลือ และไม่ระบุเขียนเกลือ ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของยานั้น ๆ

  3. ชื่อสารจะต้องเลือกใช้ชื่อมาตรฐานในระบบเพียงชื่อเดียวเท่านั้น และการเลือกชื่อมาตรฐานควรอ้างอิง WHO International Nonproprietary Name (WHO INN) เป็นลำดับแรก หากไม่พบชื่อสารตามการเขียนของ WHO INN สามารถพิจารณาเลือกใช้มาตรฐานอื่นได้ตามความเหมาะสม

เป็นสารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตหรือกระบวนการชีวภาพ เช่น โปรตีน recombinant โมโนโคลนอลแอนติบอดี หรือสารจากเลือดมนุษย์/สัตว์ ไม่ใช่สารเคมีสังเคราะห์ขนาดเล็กแบบยาเคมีทั่วไป โดยมักเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ มีโครงสร้างซับซ้อน ทั้งนี้การเขียนชื่อยาในกลุ่มชีววัตถุ มีความหลากหลายมาก และไม่ได้มีการประกาศจาก WHO INN อย่างชัดเจนให้อ้างอิงชื่อได้ ซึ่งทางคณะทำงานได้ทำความสะอาดและเชื่อมโยงชื่อในกลุ่มยานี้ให้ใกล้เคียงกับมาตรฐาน SMSID ให้มากที่สุด ทั้งนี้การระบุชื่ออาจต้องจัดทำในระดับ SSG1 หากมีคุณลักษณะที่มีผลต่อเอกลักษณ์ของสารในระดับกำกับดูแล

การเขียนชื่อ Biological product สามารถแบ่งการเขียนที่บอกคุณลักษณะเพิ่มเติม ได้อีก 3 ประเด็นที่จำเป็นต้องระบุ คือ

  1. แหล่งที่มา (source) ในชื่อสาร เช่น Human coagulation factor IX หากเป็น source ได้จาก human เนื่องจากแหล่งผลิตจากมนุษย์ จะเป็นแหล่งผลิตที่มีมาตรฐานสูง ก่อให้เกิดการแพ้ได้น้อยกว่า

  2. วิธีผลิตเป็นแบบ Recombinant หรือไม่ หากเป็นยาที่ผลิตแบบ recombinant จะต้องมีการเขียนระบุว่าเป็นแบบ recombinant ในการเขียนชื่อสาร เช่น Recombinant human granulocyte colony-stimulating factor เนื่องจากยาที่ผลิตโดยวิธี recombinant หรือไม่นั้น มีผลต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลของยา

  3. กรณีเป็นสารผสม จะต้องมีการระบุชื่อแยกเป็นสารเป็นรายชื่อเดี่ยวไป ไม่เขียนรวมเป็น 1 ชื่อ เช่น ENZYME EXTRACT จะต้องเขียนแยกเป็น CELLULASE, PROTEASE, AMYLASE

การเขียนชื่อสาร vaccine เนื่องจาก WHO INN ไม่ได้มีการประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ สำหรับยาวัคซีนต่าง ๆ ทางคณะทำงานจึงอ้างอิงการจัดทำชื่อตาม SNOMED International standard ซึ่งเมื่อศึกษารายละเอียด สามารถแบ่งส่วนย่อย ๆ ของการเขียนชื่อวัคซีน และสามารถเขียนเรียงชื่อรายละเอียดของยาชนิดวัคซีน ได้ดังนี้ โดยชื่อสารแต่ละชนิดอาจไม่จำเป็นต้องมีทุก ๆ ส่วนของข้อมูลเหล่านี้ได้

  1. Antibody to/Antigen of
  2. ประเภทวัคซีน เช่น inactivated, live, live attenuated
  3. whole cell
  4. source เช่น human, animal, bovine
  5. Reassortant
  6. ชื่อเชื้อชนิดที่ 1 โดยเขียนชื่อเต็มทางวิทยาศาสตร์ของเชื้อนั้น ๆ
  7. Virus
  8. Vaccine
  9. Valency
  10. Type/serotype/subgroup/strain ต่าง ๆ
  11. Recombinant
  12. ส่วนของไวรัส เช่น capsular, surface, toxoid
  13. สาร เช่น polysaccharide, protein, haemagglutinin
  14. (วิธีผลิต) เช่น (vero cell), (adsorbed)
  15. conjugated to
  16. ชื่อเชื้อชนิดที่ 2 โดยเขียนชื่อเต็มทางวิทยาศาสตร์ของเชื้อนั้น ๆ
  17. Virus
  18. Vaccine
  19. Strain
  20. Recombinant
  21. ส่วนของไวรัส เช่น capsular/surface/toxoid
  22. สาร เช่น polysaccharide protein haemagglutinin
  23. (วิธีผลิต) เช่น (vero cell), (adsorbed)

ตัวอย่างเช่น

  • antigen of japanese encephalitis virus
  • antigen of clostridium tetani toxoid adsorbed
  • clostridium botulinum toxoid type a

หากมี 2 เชื้อไวรัสประเภท conjugate สามารถเขียนตัวอย่างได้ดังนี้

  • antigen of haemophilus influenzae type b eagan strain capsular polysaccharide conjugated to corynebacterium diphtheriae toxoid protein

สารในกลุ่มสมุนไพรให้ใช้ชื่อมาตรฐานที่ปรากฏในระบบ SMSID หากมีการกำหนดไว้แล้ว โดยสามารถคงรายละเอียดที่มีผลต่อเอกลักษณ์ของสาร เช่น ส่วนของพืชที่ใช้ (ราก ใบ ผล) การระบุว่าเป็นสารสกัด (extract) และชื่อวิทยาศาสตร์ในระดับ species ตามหลักสากล

สารในกลุ่มนี้มีความหลากหลายทั้งในด้านชนิดสมุนไพร ส่วนของพืชที่ใช้ เช่น ราก, ใบ, ผล และกระบวนการเตรียมสาร การจัดทำชื่อควรอ้างอิงตามชื่อมาตรฐานที่ปรากฏในระบบ SMSID หากมีการกำหนดไว้แล้ว แต่ทั้งนี้คณะทำงานได้พิจารณาแยกประเด็นย่อย ๆ สามารถเขียนรายละเอียดเพิ่มเติมในชื่อสาร นอกเหนือจากชื่อมาตรฐานของ SMSID ได้ดังนี้

  1. หากมีการระบุส่วนของพืช เช่น ราก ผล ใบ ก็ให้คงส่วนของพืชไว้ เนื่องจากแต่ละส่วนของพืชให้ผลทางการรักษาแตกต่างกันในบางสมุนไพร
  2. หากมีการระบุว่าเป็นสารสกัด (extract) ก็ให้คงไว้ในชื่อสาร
  3. หากมีการระบุชื่อในระดับ species ควรใช้ชื่อวิทยาศาสตร์เต็มรูปแบบตามหลักสากล